รีวิว บุพเพสันนิวาส 2 หนังฟอร์มยักษ์น้ำดีจากละครดัง สู่ภาพยนต์ระดับประเทศ

รีวิว บุพเพสันนิวาส 2 หยิบเอาผลงานละครลงสู่จอภาพยนต์ กวาดรายได้เปิดตัวได้สูงสุด

รีวิว บุพเพสันนิวาส 2 ต้องบอกเลยว่าสำหรับแฟนๆละคร ‘บุพเพสันนิวาส’ (2561) ที่เคยสร้างกระแส ‘พีหมื่น-การะเกด’ ที่เคยกวาดเรตติงละครสูงทะลุถึง 18.6 ได้ก้าวเข้ามาสู่วงการภาพยนต์ ที่ได้รับกระแสตอบรับดีอย่างคาดไม่ถึง แถมยังมาแรงไม่หยุดแบบชนิดที่ฉุดไม่อยู่กันไปเลย กับ “บุพเพสันนิวาส 2” หนังฟอร์มยักษ์น้ำดีที่พลิกจากละครดังระดับตำนาน ที่สร้างกระแสออเจ้าฟีเวอร์มาพร้อมเนื้อเรื่องประวัติศาสตร์ของยุคกรุงศรีอยุธยา

เข้าไปสู่การปรับโฉมเป็นภาพยนตร์ ที่ได้เล่าเรื่องราวของกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งเปิดตัวไปเพียงแค่วันเดียวก็กอบโกยรายได้ไปมากถึงกว่า 50 ล้านบาท บอกเลยว่างานนี้คุณพลาดไม่ได้แล้ว เพราะตอนนี้มีให้ชมในแพลตฟอร์ม netflix แล้ววันนี้เราจะมา รีวิวบุพเพสันนิวาส 2 ให้ทึกท่านได้อ่านกันก่อนรับชมบอกเลยว่า อ่านบรีวิวจบแล้ว คุณเตรียมเข้า netflix เพื่อเข้าดูได้เลย

รีวิว บุพเพสันนิวาส 2

รีวิว บุพเพสันนิวาส 2 เรื่องราวอยู่ในยุคสมเด็จพระนารายณ์ฯ ที่เล่าผ่าน ตัวละครเอกคู่ขวัญอย่าง “ภพ” , “เกสร”, และ “เมธัส”

สำหรับเรื่องราวของ “บุพเพสันนิวาส 2” เรียกได้ว่าปังปุริเยสืบไปในทุกภพชาติ เพราะได้มีการเปลี่ยนบรรยากาศ ของความเป็นอยุธยากรุงเก่า สู่ setting ของยุครัตนโกสินทร์ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 3 โดยเรื่องราวทั้งหมดถูกเล่าผ่านตัวละครเอกคู่ขวัญอย่าง “ภพ” , “เกสร”, และ “เมธัส” ในยุคสมัยที่นายห้างหันแตรนำเรือเอ็กซ์เพรสเข้ามาขายในสยาม

โดยสำหรับพล็อตเรื่องของภาพยนตร์เรื่อง “บุพเพสันนิวาส 2” ยังคงสไตล์คล้ายกับละคร กล่าวคือ จะมีการเล่าเรื่องราวในประวัติศาสตร์ ในรูปแบบที่ดูทันสมัย เข้าใจง่าย ยิ่งได้ปิ๊ง อดิสรณ์ โดยได้ผู้กำกับมือทองระดับแนวหน้ามาควบคุมดูแลผลงาน ยิ่งมีความบันเทิงศิลป์ ตบมุขโบ๊ะบ๊ะกันอย่างไม่ดูยัดเยียด และให้กลิ่นอายของความเป็นไทยที่ดูแล้วไม่น่าเบื่อ

เพราะถ้าหากจะให้เรารีวิว “บุพเพสันนิวาส 2” คงอดชมไม่ได้ว่าพล็อตเรื่อง ฉากต่าง ๆ ถูกรังสรรค์และจัดวางมาอย่างลงตัว เป็นพล็อตเรื่องที่คาดเดาไม่ค่อยได้ ไม่ดูถูกคนดู และมีเสน่ห์ในแง่ที่เต็มไปด้วยมุขตลก แต่ก็เต็มไปด้วยสาระ เกร็ดความรู้ทางประวัติศาสตร์มากเช่นกัน

ทั้งยังเป็น 3 นาทีที่ใส่ความเป็นไทยในรัตนโกสินทร์ลงไปได้ราวกับกิ่งทองใบหยก สำหรับใครที่มีความรู้ประวัติศาสตร์ หรืออ่านเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับยุคสมัยนั้นมาบ้าง จะยิ่งสนุกขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปาลเลอกัวซ์ นายห้างหันแตร หมอบรัดเลย์ และสุนทรภู่

รีวิว บุพเพสันนิวาส 2

เรื่องย่อ บุพเพสันนิวาส ๒

เมื่อครั้งสมัยอยุธยา พี่หมื่นและเกศสุรางค์ (a.k.a.การะเกด) ครองรักครองเรือนจนตายจากไปแล้ว แต่ทั้งคู่ได้มีโอกาสกลับชาติมาเกิดใหม่อีกครั้งในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น พี่หมื่นมาเกิดเป็น ‘ภพ’ (ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ) นายช่างหนุ่มหล่อที่ฝันถึงหญิงนางหนึ่ง และเชื่อหมดใจว่าเป็นบุพเพสันนิวาส จนเมื่อเขาได้พบเจอกับ ‘เกสร’ (ราณี แคมเปน) ชาติภพใหม่ของเกศสุรางค์ที่หน้าเหมือนญิงในฝัน

ภพเลยคิดจะเกี้ยวพาราสี แต่เพราะเกสรเรียนกับบาทหลวงฝรั่ง เกสรเลยเป็นหญิงหัวก้าวหน้าและไม่ได้เชื่อบุพเพสันนิวาส แถมเจ้าหล่อนกำลังสนใจ ‘เมธัส’ (พาริส อินทรโกมาลย์สุต) หนุ่มหน้าฝรั่งใส่เสื้อแสงอุษาพูดจาผิดยุคไปเสียอีกแน่ะ โดยนอกจากเรื่องบุพเพฯ บุพพัง ทั้งสามคนยังต้องเข้าไปวุ่นวายกับประวัติศาสตร์การบ้านการเมืองสยาม

ที่มีบุคคลสำคัญในสมัยนั้นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ทั้ง ‘พระสุนทรโวหาร (ภู่) – สุนทรภู่’ (นิมิตร ลักษมีพงศ์) ‘บาทหลวงปาลเลอกัวซ์’ (โจนาธาน แซมซัน) ผู้นำกล้องถ่ายรูปเข้ามาในสยาม และ ‘นายห้างหันแตร’ (แดเนียล บรูซ เฟรเซอร์) ผู้นำเข้าเรือกลไฟ ‘เอ็กสเปรส’ มาเสนอขายแก่สยาม จนเป็นเหตุเกิดเรื่องราวที่อาจทำให้ประวัติศาสตร์สยามต้องเปลี่ยนแปลงไป

ถ้าจะนับว่า ‘บุพเพสันนิวาส’ เป็นจักรวาลภาพยนตร์ แม้ตัวละครอย่าง ‘ภพ’ และ ‘เกสร’ จะเชื่อมโยงกันกับฉบับละครในฐานะ ‘พี่หมื่น-การะเกด’ ที่กลับมาเกิดใหม่ แต่ต้วเนื้อเรื่องของ ‘บุพเพสันนิวาส ๒’ ก็ต้องนับว่าเป็นสปินออฟ (Spin-Off) จากเวอร์ชันละครล่ะนะครับ เพราะเนื้อหานั้นไม่ใช่ และไม่เกี่ยวข้องกับภาคต่อ (พรหมลิขิต) แต่อย่างใด

แต่ก็ได้เป็นภาพยนตร์ที่แตกเส้นเรื่องออกมาจากจักรวาลหลัก แถมยังแทบจะไม่มีตัวละครจากฉบับละครกลับมาเลยแม้แต่น้อย และถ้าตัดคำว่าระลึกชาติออก ภพและเกสรก็เปรียบเสมือน ‘ตัวแปร’ ของพี่หมื่นและการะเกดอีกทีก็ว่าได้ โดยในแง่ของบทและคอนเซ็ปต์ ก็ต้องบอกว่า บุพเพฯ ๒ นี้ยังคงรักษาคอนเซ็ปต์ความเป็นรอมคอมที่หยิบเอาประวัติศาสตร์ และบุคคลสำคัญในสยาม

มารวมเข้ากับความเป็น Fiction ได้อย่างค่อนข้างลงตัวนะครับ อาจจะเพราะด้วยรอมแพง เจ้าของบทประพันธ์ เข้ามาเป็นที่ปรึกษา เหมือนเป็นแกนกลางให้กับทีมเขียนบทของ GDH ด้วย ก็เลยยังคงสามารถผสมเรื่องแต่งเข้ากับประวัติศาสตร์ยุครัตนโกสินทร์สมัยรัชกาลที่ 3 ได้ออกมาสนุก น่าสนใจใคร่รู้ และมีจุดเชื่อมโยงถึงกันและกันและกันได้อย่างลงตัว

รีวิว บุพเพสันนิวาส 2

ความอลังการเอฟเฟค งานเสียง ที่เข้ากันอย่างลงตัว บุพเพสันนิวาส๒

ซึ่งในส่วนของงานภาพ แสง สี ของ “บุพเพสันนิวาส 2” GDH ก็ได้มีการทำได้ตามมาตรฐานของตนเอง เพราะงานภาพคม ละเอียด และค่อนข้างสมจริงเป็นอย่างมาก จะมองไปทางไหนก็สวยไปเสียทุกฉาก ไม่ว่าจะเป็นฉากเอฟเฟ็กต์ ฉากบู๊ ฉากรักโรแมนติก และอื่น ๆ อีกมากมายที่รอให้คุณมาชมด้วยตาตนเอง บอกตามตรงว่า CG เรื่องนี้ต้องใช้คำว่า “ปังไม่ไหว”

และในด้านของงานเสียง “บุพเพสันนิวาส 2” ซาวด์เอฟเฟ็กต์ต่าง ๆ ใส่เข้ามาในภาพยนตร์ได้อย่างลงตัว งานเสียงที่ปังที่สุด คือ เพลงประกอบภาพยนตร์ “ถ้าเธอรักใครคนหนึ่ง” ที่ได้นักร้องสาวพราวเสน่ห์อย่าง อิ๊งค์ วรันธร มาขับร้อง ความลงตัวของเพลง

คือ การไม่ยัดเยียดความเป็นไทยมากจนดูขัดหู แต่เป็นการร้องสบาย ๆ ในสไตล์อิ๊งที่ฟังแล้วดูมีความไทยประยุกต์ และชวนเคลิบเคลิ้ม เชื่อว่าหลายคนที่ดูภาพยนตร์จบไป จะต้องกลับไปเปิดเพลง “ถ้าเธอรักใครคนหนึ่ง” คลอไปตลอดวันตลอดคืน

และสิ่งที่ชอบอีกหนึ่งอย่างของ “บุพเพสันนิวาส 2” คือ คำบรรยายภาพ (Subtitle) เพราะเป็นภาษาอังกฤษที่สวย เข้ากับยุคสมัย มีการใช้คำภาษาอังกฤษโบราณมาประยุกต์กับการแปล เช่น คำว่า “thou” ที่เป็นสรรพนามภาษาอังกฤษในยุคสมัยก่อน

การแสดงของตัวละคร ที่ทำเอาคนดูต้องบอกเลยว่ามันลงตัวอย่างที่สุด

โดยสำหรับ ตัวเดินเรื่องอย่าง “ภพ”, “เกสร” , และ “เมธัส” ก็เดินเรื่องได้ดี แทบไม่มีที่ติ #โป๊ปเบลล่า คือ นักแสดงที่เหมาะแก่การเป็นคู่พระนางของเรื่องนี้อย่างสมบูรณ์แบบ ดูแล้วสัมผัสได้ถึงความแตกต่างของ “พี่หมื่น-น้องการะเกด” และ “พี่ภพ-น้องเกสร” นอกจากนี้ ในภาพยนตร์เรื่องนี้คุณจะได้เห็นพัฒนาการการแสดงอีกขั้นของไอซ์ พาริส อย่างแน่นอน

MVP ของเรื่อง ขอยกให้ “อาภู่ (สุนทรภู่)” เพราะออกมาไม่บ่อยมาก ทว่าทุกฉากที่ออกมามักสร้างความพีคไม่หยุด บางฉากเล่นมุขง่าย ๆ ที่เราอาจเคยเห็นมาบ้าง แต่ด้วยตัวละคร จังหวะ กรู๊ฟ มันเข้ากันอย่างเพอร์เฟ็กต์จนกลั้นขำไว้ไม่ได้

และสำหรับตัวละครที่เซอร์ไพรส์ที่สุด คือ “พี่ปี่” เพราะปกติผู้ชมมักจะเห็นปุ๊กกี้ในเวอร์ชันที่ตลก ขายขำ ออกมาฉากไหนก็ต้องร้องออกมาว่า “ฮ่า ๆ” ดัง ๆ สักหนึ่งแมตช์ แต่ในเรื่องนี้จะได้เห็นมุมเศร้าของพี่ปี่ที่เล่นได้ถึงพริก ถึงขิง สัมผัสได้ว่ามันเรียลมากจริงๆ

ตัวละครที่แคสต์ได้ดีที่สุด คือ “ปาลเลอกัวซ์” เพราะแทบจะถอดร่างจากรูปภาพปาลเลอกัวซ์ในประวัติศาสตร์มาเลย ราวกับนั่งไทม์แมชชีนโดเรมอนมาแสดงให้เราดู คาแร็กเตอร์ก็เล่นได้อย่างน่าเชื่อถือ ดูเป็นคนมีความรู้ กูรู และมีความลึกลับซับซ้อนของความคิดในบางครั้ง

เครดิต : melibetคาสิโนฟรีถอนได้

อ่านบทความหนังเรื่องต่างๆ : รวมหนังmarvel